พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอร์

พระธาตุมุเตา - ค้นหาด้วย Google

เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) ตั้งอยู่กลางเมืองหงสาวดี มหาพระเจดีย์องค์มีความโดดเด่นในหลายๆด้าน เป็นพระธาตุเจดีย์สูงที่สุดของพม่า และมีความเก่าแก่ราวกว่า 2,000 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เจดีย์แห่งนี้จึงเรื่องชื่อและชาวพม่าให้ความเคารพนับถือ เพราะเป็นเจดีย์ 1 ใน 5 ของเจดีย์ชื่อดังและมีความยิ่งใหญ่ที่สุดในพม่า ผู้คนจึงแวะเวียนไปสักการบูชาอย่างไม่ขาดสาย

นอกจากนี้องค์มหาพระธาตุมุเตามหาพระเจดีย์องค์ที่มีความโดดเด่นในหลายๆด้าน เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) ยังเคยพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 จึงทำให้ปลียอดของเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความเคารพและศรัทธาที่ชาวเมืองหงสาวดีมีต่อเจดีย์ชเวมอดอร์องค์นี้ พวกเขาจึงได้ทำการสร้างมหาเจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน

พระธาตุมุเตามหาพระเจดีย์องค์ที่มีความโดดเด่นในหลายๆด้าน เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) มีความโดดเด่น คือ เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะแบบมอญ มีฉัตรแบบเรียบๆและมีองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ภายนอกหุ้มด้วยทองจังโก้ ภายในเป็นอิฐกลวง แตกต่างจากเจดีย์ชเวดากองที่เป็นเจดีย์แบบพม่า(อย่างชัดเจน) ในส่วนบริเวณรอบๆองค์เจดีย์ก็มีพระพุทธรูปหลายองค์ให้กราบไหว้ ซึ่งมีลักษณะศีลปะของมอญผสมกับศิลปะของพม่ามีความสวยงามดูแปลกตา มีอาคารตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมของพม่าผสมตะวันตกให้ดู นอกจากนี้ที่ด้านหนึ่งของเจดีย์ยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆเก็บโบราณวัตถุต่างๆให้ชม ครั้นตั้งแต่สมัยเก่าก่อน

ประวัติเจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา)  ข้อมูลจากหนังสือ “พม่า” ในชุด “หน้าต่างสู่โลกกว้าง”

พระธาตุมุเตาเป็นพระธาตุที่สูงที่สุดของพม่าซึ่งมีความสูงถึง 114 เมตร ซึ่งเป็นต้นเหตุของชื่อพระธาตุมุเตา เพราะพระธาตุมุเตาสูงจนต้องแหงนหน้าจนเมื่อยคอ ถึงจะมองเห็นยอดพระธาตุ จึงเป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าเผาจมูกจนแสบร้อน ซึ่งคำว่า จมูกร้อนในภาษามอญเรียกว่า “มุเตา”

พระธาตุมุเตาเป็นที่เลื่องลือและเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสแก่ชาวพม่าเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้พระธาตุมุเตายังมีตำนานกล่าวไว้ว่า พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของตองอู สมัยที่ยังมีพระพรรษาเพียง 14 พรรษา กล้าที่จะนำทัพบุกเข้าไปเมืองมอญ เพื่อทรงทำพิธีเจาะพระกรรณ (เจาะหู) ตามราชประเพณี ที่พระธาตุมุเตาซึ่งกว่าจะทำพิธีเสร็จก้อได้มีศัตรูส่งทหารมาปิดล้อมบริเวณที่ทำพิธีแต่ด้วยความกล้าของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พระองค์ก็ได้นำกำลังทหารฝ่าวงล้อมกลังตองอูได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ ก็ได้ย้ายเมืองจากทองอูมาตั้ง ณ เมืองหงสาวดี ครั้นเมื่อสิ้นสมัยการปกครองของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พระเจ้าบุเรงนองก็ได้ขึ้นครองเป็นกษัตริย์ของพม่าองค์ต่อไป ทางด้านพระเจ้าบุเรงนองเองก็มีความศรัทธาในองค์พระธาตุมุเตาอยู่แล้ว ท่านก็ได้ทรงแกะอัญมณีเม็ดใหญ่จากพระมงกุฎถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา พร้อมทั้งยังขยายบริเวณบริเวณกำแพงเมืองจากพระราชวังบุเรงนองให้ขยายไปถึงยังพระธาตุมุเตา เพื่อที่จะได้ทรงมองเห็นองค์พระธาตุมุเตาจากพระราชวังบุเรงนองได้อย่างชัดเจน และนอกจากนี้ก่อนที่พระราชวังบุเรงนองจะออกศึกออกรบแต่ละครั้งท่านก็จะไปกราบนมัสการ กราบขอพรจากพระธาตุมุเตาเพื่อที่จะให้ทำศึกได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้งไปนอกจากชาวพม่าที่มีความศรัทธาเลื่อมใสต่อองค์พระธาตุแล้วทางด้านสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของคนไทยเองเมื่อตอนที่โดนจับตัวไปเป็นตัวประกันที่เมืองหงสาวดี ท่านก็ทรงเสด็จไปสักการะพระธาตุมุเตาอยู่เป็นประจำ

ด้วยความเลื่อมใสและศรัทธาต่อองค์พระธาตุของชาวพม่าจึงทำให้ชาวพม่าไปกราบไหว้ต่อองค์พระธาตุมุเตาอย่างไม่ขาดสายและสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2473 จึงทำให้ยอดของพระธาตุมุเตาหักพังลงมาแต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากคือ เมื่อยอดพระธาตุหักลงมาแต่องค์พระธาตุไม่หักลงถึงพื้น จึงเป็นความเชื่อของประชาชนทั้งชาวพม่าและชาวไทยว่าหากใครได้ไปกราบไหว้องค์พระธาตุแล้วได้เอาไม้ไปค้ำไว้กับยอดพระธาตุที่หักลงมาแล้วเอาหน้าผากไปแตะกับยอดองค์พระธาตุที่หักลงมาจะทำให้ชีวิตของคนคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำยังไงเราก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุดก็เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้ตกยังไงก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวร

ยอดขององค์พระธาตุมุเตาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2497 และยอดของพระธาตุที่หักลงมาตั้งอยู่บริเวณลานทางทิศเหนือของพระธาตุองค์ใหม่ซึ่งสถานตรงนี้เองได้กลายเป็นสถานที่อธิษฐานขอพร

ปัจจุบันพระธาตุมุเตาได้กลายเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่าที่มีผู้คนทั้งคนพม่าและคนไทยได้ไปกราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจได้เป็นอย่างดีด้วยปัจจุบันที่ประเทศกำลังเป็นแบบนี้เลยทำให้คนไทยส่วนใหญ่อยากที่จะเดินทางไปพม่ากันอย่างมากมาย และเชื่อแน่ๆว่าหากเราเดินทางไปพม่านอกจากจะได้เห็นในส่วนของความสวยงามขององค์พระธาตุแล้วยังได้เห็นความสวยงามทางด้านจิตใจของคนพม่าอีกด้วยเพราะคนพม่าส่วนใหญ่แล้วยามว่างจากการทำงานเค้าก็จะไปนั่งสมาธิยังวัดต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ตัวคนเดินทางเองเห็นแล้วอดทีจะประทับใจไม่ได้ เพราะหากเป็นเมืองไทยเองคนที่จะเข้าวัดนั่งสมาธินั้นต้องเป็นคนแก่วัยเกษียณ แต่ในทางกลับกันที่พม่าเรากลับมองเห็นทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่นั่งสมาธิกันอยู่ทุกมุมที่สงบภายในวัด



พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอร์

830

กรูทัวร์พม่า